แม่ไม้มวยไทย ๑๕ ท่า

แม่ไม้มวยไทยที่สำคัญขนาดยอดเยี่ยม โบราณาจารย์ผู้ทรงคุณท่านได้จัดแบ่งไว้ ๑๕ ท่าคือ การใช้หมัด ศอก เข่า เท้า มีทั้งรุกและรับในจังหวะสถานการณ์ต่างๆกัน ตั้งเป็นชื่อกลต่างๆเพื่อการจดจำ

กลที่

ชื่อ

วิธีใช้

๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

สลับฟันปลา

ปักษาแหวกรัง

ชวาซัดหอก

อิเหนาแทงกฤช

ยกเขาพระสุเมรุ

ตาเถรค้ำฟัก

มอญยันหลัก

ปักลูกทอย

จระเข้ฟาดหาง

หักงวงไอยรา

นาคาบิดหาง

วิรุณหกกลับ

ดับชวาลา

ขุนยักษ์จับลิง

หักคอเอราวัณ

รับวงนอก

รับวงใน

ศอกวงนอก

ศอกวงใน

ต่อยตั้งหมัดต่ำก้มตัว ๔๕ องศา

ต่อยคางหมัดสูงก้มตัว ๖๐ องศา

รับต่อยด้วยถีบ

รับเตะด้วยศอก

รับต่อยด้วยเตะ

ถองโคนขา

บิดขาจับตีเข่าที่น่อง

รับเตะด้วยถีบ

ปัดหมัดต่อยตอบ

รับ - เตะ - ต่อย - ถอง

โน้มคอตีเข่า

กลแม่ไม้มวยไทย

กล ๑ สลับฟันปลา

(รับวงนอก)

แม่ไม้กล ๑ นี้เป็นไม้หลักหรือไม้ครูเบื้องต้น

ใช้รับและหลบหมัดตรงของคู่ปรปักษ์ที่ชกนำอย่างรุนแรงและหนักหน่วง หลบออกวงนอกนอกลำแขนของคู่ปรปักษ์ ทำให้หมัดตรงของผู้ชกเลยหน้าไป

ก. ฝ่ายรุกชกด้วยหมัดตรงซ้ายพร้อมกับตัวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้าหมายชกบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ

ข. ฝ่ายรับก้าวเท้าขวาหลบไปทางกึ่งขวา ๑ ก้าวพร้อมทั้งโน้มตัวเอนไปทางขวาประมาณ ๖๐ องศา น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าขวาขาขวางอเล็กน้อย ศีรษะและตัวหลบออกวงนอกของหมัดฝ่ายรุก ทันใดใช้มือขวาจับกำคว่ำที่แขนท่อนบนของฝ่ายรุก มือซ้ายจับกำหงายที่ข้อมือของฝ่ายรุก(ท่าคล้ายจับหักแขน)

กล ๒ ปักษาแหวกรัง

(รับวงใน)

ก. ฝ่ายรุกชกใบหน้าฝ่ายรับด้วยหมัดซ้ายตรงพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าสืบไปข้างหน้าเฉียงไปทางกึ่งซ้ายเล็กน้อยภายในแขนซ้ายของฝ่ายรุกตัวเอนประมาณ ๖๐ องศา น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าซ้าย ทันใดให้งอแขนทั้ง ๒ ขึ้นปะทะแขนท่อนบนและท่อนล่างของฝ่ายรุกไว้โดยเร็ว หมัดของฝ่ายรับทั้งคู่ชิดกัน(คล้ายท่าพนมมือ) ศอกกางประมาณ ๑ คืบ ศีรษะและใบหน้ากำบังอยู่ระหว่างแขนทั้งสอง ตาคอยชำเลืองดูหมัดขวาของฝ่ายรุก

กล ๓ ชวาซัดหอก

(ศอกวงนอก)

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดตรงซ้ายยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าเอนตัวไปทางกึ่งขวาตัวเอนประมาณ ๓๐ องศาน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าขวา ทันใดรีบงอแขนซ้ายใช้ศอกกระแทกชายโครงใต้แขนซ้ายของฝ่ายรุก

กล ๔ อิเหนาแทงกฤช

(ศอกวงใน)

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้าตัวเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อยตัวเอนประมาณ ๖๐ องศาน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าซ้าย งอศอกขวาขนานกับพื้นตีระดับชายโครง ฝ่ายรุกตอบด้วยแขนซ้าย

กล ๕ ยกเขาพระสุเมรุ

(ต่อยตั้งหมัดต่ำก้มตัว ๔๕ องศา)

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวาพร้อมกับย่อตัวต่ำเข้าหาฝ่ายรุก งอเข่าขวาขาซ้ายตึงย่อตัวต่ำเอนไปข้างหน้าประมาณ ๔๕ องศาน้ำหนักตัวอยู่บนขาขวา ทันใดนั้นให้ยืดเท้าขวายกตัวเป็นแหนบพร้อมกับพุ่งหมัดชกขวาเสยใต้คางของฝ่ายรุกหน้าเงยดูคางของฝ่ายรุก แขนซ้ายกำบังอยู่ตรงหน้าเสมอคาง

กล ๖ ตาเถรค้ำฟัก

(ต่อยคางหมัดสูงก้มตัว ๖๐ องศา)

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้าของฝ่ายรุก ทางกึ่งขวาของวงหมัดภายในของฝ่ายรุกที่ชกมางอเข่าซ้ายเล็กน้อยใช้หมัดซ้ายชกใต้คางของฝ่ายรุก แล้วใช้แขนขวาที่งอป้องหมัดซ้ายฝ่ายรุกที่ชกมาให้พ้นตัว

กล ๗ มอญยันหลัก

(รับต่อยด้วยถีบ)

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ ผลักตัวเอนไปทางขวาเอนตัวหนีฝ่ายรุกประมาณ ๔๕ องศายืนบนเท้าขวา แขนทั้ง ๒ งออยู่ตรงหน้าเหลียวดูฝ่ายรุก ทันใดนั้นยกเท้าซ้ายถีบที่ยอดอกหรือท้องน้อยของฝ่ายรุกให้กระเด็นห่างออกไป

กล ๘ ปักลูกทอย

(รับเตะด้วยศอก)

ใช้รับการเตะกราดของคู่ต่อสู้โดยใช้ศอกรับสลับกัน

ก. ฝ่ายรุก ยืนตรงหน้าพอได้ระยะเตะยกเท้าขวาเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของฝ่ายรับจากขวาไปซ้าย โน้มตัวเล็กน้อยงอแขนทั้ง ๓ ป้องกันตรงหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบผลักตัวไปทางซ้ายพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายฉากไปข้างหลังใช้แขนขวางอศอกขึ้นรับเท้าของฝ่ายรุกที่เตะมา แขนซ้ายงอป้องกันอยู่ตรงหน้าสูงกว่าแขนขวาเพื่อป้องกันพลาดถูกใบหน้า

กล ๙ จระเข้ฟาดหาง

(รับต่อยด้วยเตะ)

ก. ฝ่ายรุก

ข. ฝ่ายรับ

กล ๑๐ หักงวงไอยรา

(ถองโคนขา)

ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังชายโครงของฝ่ายรับงอแขนทั้ง ๒ บังอยู่ตรงหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรุกตรงหน้าเกือบประชิดตัวข้างตัวไปทางซ้าย เข่าขวางอเท้าซ้ายเหยียดตรง ทันใดเอามือซ้ายจับเท้าขวาของฝ่ายรุกต้องพยายามยกขาฝ่ายรุกให้สูง กันฝ่ายรุกใช้ศอกถองศีรษะ

กล ๑๑ นาคาบิดหาง

(บิดขาจับตีเข่าที่น่อง)

ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของฝ่ายรับแขนทั้ง ๒ งออยู่ตรงหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบผลักตัวไปทางซ้ายยืนบนเท้าซ้ายมือซ้ายจับส้นเท้าของฝ่ายรุก มือขวาจับที่ปลายเท้าบิดออกนอกตัว ทันใดนั้นรีบยกเข่าขวาตีที่น่องของฝ่ายรุก

กล ๑๒ วิรุณหกกลับ

(รับเตะด้วยถีบ)

ก. ฝ่ายรุก

ข. ฝ่ายรับ

กล ๑๓ ดับชวาลา

(ปิดหมัดต่อยตอบ)

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายไปยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า แขนขวาคุมบริเวณปลายคาง

ข. ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้ากึ่งขวาหลบอยู่นอกหมัดซ้ายของฝ่ายรุกเอี้ยวตัวไปทางขวา ปัดและกดแขนซ้ายของฝ่ายรุกที่ชกมาให้เอนไปทางซ้ายกดให้ต่ำลง ทันใดรีบใช้หมัดซ้ายต่อยบริเวณปากครึ่งจมูกครึ่งหรือที่เบ้าตาของฝ่ายรุก แล้วพุ่งตัวโดดไปทางกึ่งขวา

กล ๑๔ ขุนยักษ์จับลิง

(รับ - ต่อย - เตะ - ถอง)

ไม้นี้เป็นไม้สำคัญมาก ใช้แก้ลำคู่ต่อสู้ที่ไวในการต่อย เตะ ถอง ติดพันกัน การปฏิบัติแบ่งออกเป็น ๓ ตอน

ตอนที่ ๑

ก. ฝ่ายรุก พุ่งหมัดซ้ายตรงไปยังใบหน้าของฝ่ายรับพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า

ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าซ้ายสืบเท้าเข้าหาตัวฝ่ายรุกตรงหน้าแขนขวาปัดแขนซ้ายฝ่ายรุกให้พ้นจากตัว

ตอนที่ ๒

ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาเตะกราดบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ

ข. ฝ่ายรับ รีบผลักตัวถอยเท้าซ้ายไปข้างหลังราวกึ่งซ้ายย่อตัวใช้ศอกขวา ถองที่ขาขวาท่อนบนของฝ่ายรุก

ตอนที่ ๓

ก. ฝ่ายรุก งอแขนขวาโน้มตัวถองชกศีรษะของฝ่ายรับ

ข. ฝ่ายรับ รีบยืดตัวงอแขน ให้แขนท่อนบนปะทะแขนท่อนล่างของฝ่ายรุก แล้วรีบผลักตัวก้าวเท้าขวาไปทางหลังประมาณกึ่งขวา

กล ๑๕ หักคอเอราวัณ

(โน้มคอตีเข่า)

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรงพร้อมกับสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุมอยู่บริเวณคาง

ข. ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายสืบไปตรงหน้าฝ่ายรุกอย่างรวดเร็วพร้อมกับยกแขนขวาสอดปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุก แล้วโดดเข้าเหวี่ยงคอฝ่ายรุกโน้มลงมาโดยแรงแล้วตีด้วยเข่าบริเวณใบหน้า