ข้อควรรู้และระวังก่อนการลงทุน

สิ่งอันตรายที่สุดของคนเราคือความไม่รู้หรือรู้น้อยเกินไป ไม่ว่างานแขนงใดย่อมต้องการความสามารถบางอย่างในตัวผู้ปฎิบัติ ดังนั้นจึงปฎิเสธไม่ได้ว่าเมื่อต้องการจับอะไร งานอะไร คุณต้องเรียนรู้มันก่อน เมื่อนั้นความเจริญรุ่งเรืองในงานจะมาหาคุณ

แต่หากไม่เรียนรู้พัฒนาสักแต่ทำหรือจับงานแบบเป็ด นั่นไม่แปลกเลยที่มีคนล้มเหลวจากงานทุกชนิดที่จับรับมาทำ อ่านสักนิดคิดสักหน่อยค่อยๆทำตาม แล้วคุณจะเป็นงานอีกแขนงที่ไม่ยากที่จะสร้างเป็นอาชีพหลักได้

อาชีพนักเทรดนักลงทุนหรือนักเล่นหุ้นในอนาคต

โฟเร็กพื้นฐาน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนการเทรด forex

โฟเร็ก (Forex) คืออะไร

Foreign Exchange Market ที่รู้จักในชื่อของ FOREX, โฟเร็ก, Retail Forex, FX, Spot FX หรือ Spot

เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขายมากกว่า 4 ล้านๆเหรียญต่อวัน เปรียบเทียบตลาดหุ้นนิวยอร์คที่มีปริมาณการเทรด 25 พันล้านเหรียญต่อวัน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตลาด Forex ใหญ่ขนาดไหน

กล่าวคือ

ตลาด Forex มีขนาดใหญ่กว่าตลาดฟิวเจอร์และตลาดหุ้นสหรัฐฯรวมกัน ถึง 3 เท่า

ตลาด Forex เทรดอะไร? คำตอบคือ เทรดค่าเงิน

การเทรด forex คือการซื้อขายค่าเงิน หากเราซื้อค่าเงินอีกค่าเงินหนึ่งเราก็ขายค่าเงินอีกค่าเงินหนึ่งในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะเทรดผ่านโบรกเกอร์หรือว่าดีลเลอร์นั่นเอง แต่ละครั้งจะเทรดเป็นคู่

ตัวอย่างเช่น ค่าเงินยูโรและค่าเงินดอลล่าร์ (EUR/USD) หรือค่าเงินปอนด์และค่าเงินเยน (GBP/JPY)

เพราะคุณไม่ได้ซื้ออะไรที่เป็นรูปร่างจับต้องได้จริงๆ การเทรดแบบนี้จึงค่อนข้างทำให้สับสน

ให้ลองคิดถึงว่าคุณกำลังซื้อหุ้นโดยที่บริษัทที่คุณซื้อหุ้นของเขานั่นก็คือประเทศที่คุณถือค่าเงินนั่นเอง

สมมติ คุณซื้อเงินเยน หมายถึงคุณกำลังลงทุนในเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นอยู่ ซึ่งราคาของค่าเงินนั้นจะสะท้อนภาวะของตลาดที่ผู้คนในตลาดคิดว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไรในปัจจุบันและอนาคต

โดยทั่วไป ผลพวงของค่าเงินค่าเงินหนึ่งที่มีต่ออีกค่าเงินหนึ่ง จะสะท้อนถึงเศรษฐกิจประเทศหนึ่งที่เปรียบเทียบกับอีกประเทศหนึ่งอยู่

ซึ่งจะแตกต่างกับตลาดทุนอื่นๆ เช่น ตลาดหุ้นนิวยอร์ค

ตลาด Forex ไม่มีที่ตั้ง คือไม่มีศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน ตลาด Forex จะทำการซื้อขายผ่านระบบ OTC (Over the Counter) ที่เรียกว่า Interbank market นั่นเอง

เนื่องจากตลาดทั้งหมดทำการซื้อขายในระบบ electronic ด้วยระบบเครือข่ายของธนาคาร จึงสามารถทำการซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงปลายปี 1990 มีแต่รายใหญ่ๆเท่านั้นที่เทรดในตลาดนี้ ซึ่งเงินที่คุณต้องมีในการเทรดตลาดนี้ในตอนนั้นคือ 10 ถึง 50 ล้านดอลล่าร์ ส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่รายย่อยอย่างปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เพราะพัฒนาการที่รวดเร็วของอินเตอร์เน็ต บริษัทรับเทรด forex สามารถที่จะให้เราเปิดบัญชีที่ใช้ในการเทรดให้กับรายย่อยอย่างเราในปัจจุบัน

สิ่งที่คุณต้องมีในการเทรดคือ คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตความร็วสูง และที่ขาดไม่ได้คือข้อมูล ซึ่งหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ

ข้อมูลเหล่านี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้คำแนะนำ สำหรับนักเทรดที่ยังไม่รู้จักตลาด Forex เลยหรือนักเทรดมือใหม่ ให้เข้าใจเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานในตลาด Forex ในแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ตลาด Spot คืออะไร?

Spot คือตลาดใดก็ตามที่ทำการซื้อขายในราคานั้นๆในปัจจุบัน ตามเครื่องมือทางการเงินแต่ละประเภท

ค่าเงินที่เทรดอยู่ในตลาด Forex

ค่าเงินที่เป็นที่นิยมมากที่สุดได้แสดงตามสัญลักษณ์ ตามตารางข้างล่าง

สัญลักษณ์ประเทศค่าเงินชื่อเล่นของค่าเงิน
USDสหรัฐฯดอลล่าร์Buck
EURสหภาพยุโรปยูโรFiber
JPYญี่ปุ่นเยนYen
GBPสหราชอาณาจักรปอนด์Cable
CHFสวิตเซอร์แลนด์ฟรังค์Swissy
CADแคนาดาดอลล่าร์Loonie
AUDออสเตรเลียดอลล่าร์Aussie
NZDนิวซีแลนด์ดอลล่าร์Kiwi

สัญลักษณ์ของค่าเงินในตลาด Forex จะเป็นสามตัวอักษร สองตัวแรกคือชื่อประเทศ ตัวสุดท้ายคือชื่อของค่าเงินของประเทศนั้นๆ

เวลาของการเทรดค่าเงิน?

ตลาด Forex มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมือนกับ Wal-Mart supermarket ในสหรัฐฯซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลกเราก็สามารถเทรดได้ทั้งธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ ที่ยังคงเทรดค่าเงินอยู่ทั่วโลกทั้งวันทั้งคืน จะหยุดเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์

ตลาดค่าเงินหมุนตามดวงอาทิตย์รอบโลก ดังนั้นเราสามารถเทรดได้แม้กระทั่งตอนกลางคืนหรือตอนเช้า

ควรจำไว้ว่า

นกที่ขยันตื่นเช้า ไม่จำเป็นว่าจะมีหนอนกินในตลาดแห่งนี้

คุณอาจจะได้หนอนก็จริงอยู่ แต่ว่านกตัวใหญ่ที่ร้ายกาจกว่าเรา

อาจจะจ้องเขมือบคุณอยู่เหมือนกัน

ตัวอย่างเวลาของตลาด Forex

Time ZoneNew YorkGMT
ตลาดโตเกียวเปิด19:000:00
ตลาดโตเกียวปิด4:009:00
ตลาดลอนดอนเปิด3:008:00
ตลาดลอนดอนปิด12:0017:00
ตลาดนิวยอร์คเปิด8:0013:00
ตลาดนิวยอร์คปิด17:0022:00

ตลาดโฟเร็กซ์ (OTC)

ตลาด Forex เป็นตลาดที่ใหญ่และได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดทุนทั้งหมดด้วยกันในโลกนี้ มีปริมาณการเทรดมากที่สุดไม่ว่าจะมาจากบัญชีเทรดส่วนตัวหรือองค์กร ซึ่งตลาดนี้ใช้ระบบ OTC ที่นักเทรดแต่ะละคนจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเทรดว่าจะเทรดกับใคร ตามเงื่อนไขของความดึงดูดที่มีต่อราคาและความเป็นที่นิยมของค่าเงิน

ชาร์ทข้างล่างแสดถึงอัตราส่วนการเทรดของค่าเงินต่างๆ ซึ่งค่าเงิน Dollar เป็นค่าเงินที่มีการเทรดมากที่สุดถึง 86% ของตลาดรองลงคือค่าเงิน EURO 37% และอันดับสามได้แก่เงินเยน 16.5%

สัดส่วนการเทรด ค่าเงิน

ทำไมผู้คนจึงเทรดค่าเงิน?

การเทรด forex มีข้อดีอย่างไร?

ต่อไปนี้เป็นเหตุผลบางประการที่ตอบคำถามว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลือกเทรด forex

ไม่มี commission (ค่านายหน้า)

ไม่มีค่าธรรมเนียมในการส่งคำสั่งซื้อขาย ไม่มีค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนค่าเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมที่เก็บจากภาครัฐ ไม่มีค่าธรรมเนียมที่คิดโดยโบรกเกอร์เพราะโบรกเกอร์จะได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาที่เรียกว่า Bid กับ Ask หรือเรียกอีกอย่างว่า Spread นั่นเอง

ไม่มีคนกลาง

การเทรด Spot ค่าเงินนั้นจะไม่มีการผ่านคนกลางซึ่งทำให้เราสามารถเทรดโดยตรงกับตลาดตามราคาจริงของค่าเงินนั้นๆ

ไม่มีการกำหนด Lot หรือ Size

ในตลาดฟิวเจอร์ lot หรือว่า Size ของสัญญาการซื้อขายขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยนของตัวเครื่องมือนั้นๆ เช่น size มาตรฐานของสัญญาฟิวเจอร์เงินคือ 5000 ออนซ์ ในตลาดโฟเร็กซ์เราสามารถส่งคำสั่งได้ตามใจเรา ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้เทรดเดอร์สามารถเข้าเทรดในตลาดได้ด้วยเงินเพียงไม่กี่เหรียญ

ต้นทุนการส่งคำสั่งต่ำ

ต้นทุนในการส่งคำสั่ง (Bid/Ask หรือ Spread) ซึ่งน้อยกว่า 0.1 เปอร์เซ็นต์ตามเงื่อนไขของตลาด สำหรับโบรกเกอร์ใหญ่ๆ Spread อาจจะน้อยถึง 0.07 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ Leverage ที่เราใช้

ตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

เราไม่ต้องรอให้มีคนมาสั่นกระดิ่งเปิดตลาด ตลาดเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ตอนเย็นจนถึงวันศุกร์ตอนกลางวัน (เวลาสหรัฐฯ บ้านเราเริ่มตีสี่ของวันจันทร์-ตีสี่ของเช้ามืดวันเสาร์) ตลาด Forex นั้นไม่เคยหลับ ซึ่งเหมาะกับคนที่เทรดเป็นงานเสริม เพราะว่าเราสามารถเลือกได้ว่าเราอยากเทรดเมื่อไหร่ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน

ไม่มีใครสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตลาดได้

ตลาดเทรดค่าเงินเป็นตลาดที่ใหญ่มากและมีนักเทรดมากมายหลายระดับอยู่ในตลาด ซึ่งไม่มีใคร (แม้แต่ธนาคารกลาง) ที่จะสามารถควบคุมราคาให้เคลื่อนไหวไปตามความต้องการของเขาได้

Leverage (คาน)

ในการเทรด forex แม้เราจะฝากเงินเข้าเพียงน้อยนิด แต่เราก็สามารถถือครองสัญญาที่มีขนาดใหญ่กว่าเงินในบัญชีของเราได้ Leverage ให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ในขณะที่มีความเสี่ยงของเงินทุนต่ำ

ตัวอย่าง โบรกเกอร์หนึ่งอนุญาตให้เราใช้ Leverage 1:200 หมายถึงหากเรามีเงินมาร์จิ้น 50 ดอลล่าร์ แต่นักเทรดสามารถซื้อหรือขายสัญญามูลค่า 10,000 เหรียญได้ เช่นเดียวกันหากเรามีมาร์จิ้นอยู่ 500 เหรียญเราก็สามารถเทรดสัญญามูลค่า 100,000 เหรียญได้เช่นกัน

แต่ว่า Leveraage เหมือนดาบสองคม ถ้าเราไม่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดีการใช้ Leverage สูงจะทำให้เราขาดทุนหรือกำไรมหาศาลได้เหมือนกัน

มีสภาพคล่องสูง

เพราะตลาด Forex เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากจึงทำให้มีสภาพคล่องสูงเช่นกัน หมายถึงภายใต้สภาวะตลาดปกติ เมื่อเราคลิกเมาส์ส่ง order เราจะสามารถส่งคำสั่งได้ทันที เราจะไม่ติดขัดในการเทรดไม่ว่าเราจะตั้งให้เปิด order แบบอัตโนมัติ เมื่อถึงราคาที่กำหนด (Limit order) หรือให้ปิด order อัตโนมัติ ถ้าราคาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด (Stop loss order)

มีบัญชีเทรด Demo ข่าว กราฟและบทวิเคราะห์บริการให้

โบรกเกอร์ออนไลน์ส่วนใหญ่จะมีบัญชี demo ให้ใช้ในการฝึกเทรด พร้อมกับบริการข่าวและกราฟรวมอยู่ในโปรแกรมเทรดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่คุณค่าสำหรับนักเทรดที่ "น่าสงสาร" และนักเทรดที่ชาญฉลาดที่อยากจะฝึกปรือฝีมือตัวเองในการเทรด ก่อนที่จะเปิดบัญชีเงินจริงและเสี่ยงในเงินจริงๆ

การเทรดบัญชี Mini และบัญชี Micro

เราอาจจะคิดว่าการที่จะเป็นนักเทรดค่าเงินขึ้นมาได้นั้นจะต้องใช้เงินมหาศาล แต่จริงๆแล้วถ้าเรามาเทียบการเทรดค่าเงินกับตลาดหุ้นออฟชั่นหรือฟิวเจอร์ แต่ว่าไม่ใช่อย่างนั้น โบรกเกอร์ออนไลน์หลายๆที่มีบริการบัญชี Mini กับบัญชี Micro ซึ่งบางโบรกเกอร์อนุญาติให้เราฝากเงินได้ต่ำสุดเพียง 300 เหรียญหรือต่ำกว่านั้นก็มี แต่เราไม่ได้หมายถึงว่าเราควรจะเปิดบัญชีกับพวกเขาโดยใช้เงินให้น้อยที่สุดนะ แต่เรากำลังหมายถึงว่ามันทำให้ forex เข้าถึงคนได้หลายกลุ่มหลายสาขาอาชีพ ผู้ซึ่งไม่มีเงินมากในการเปิดบัญชีครั้งแรก

ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเริ่มเทรด forex

การเทรด forex เราอาจจะเปิดบัญชีด้วยเงินไม่กี่สิบกี่ร้อยเหรียญ ซึ่งเป็นการดีแล้วในการเริ่มต้นที่จะลองเอาขาจุ่มลงน้ำโดยคุณจะไม่จมน้ำ ศึกษาให้ดีก่อนลงทุนเงินจริงในจำนวนมากๆ